ถ้า พูดถึงน้ำยาแอร์แล้ว หลายๆคนคงพอจะนึกออกกันได้บ้างว่า มันคืออะไร แต่รู้หรือไม่ว่า มันมีกี่ชนิด แล้วแต่ละชนิดนั้น เหมาะกับการใช้งานแบบไหนกัน วันนี้แอดมินชาว Kate Cool มีคำตอบให้กันครับผม
น้ำยา R22
เรียกได้ว่า เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในที่อยู่อาศัย ห้องเย็นที่เก็บรักษาวัตถุดิบ ห้องเย็นเก็บสินค้า เพราะ น้ำยาชนิดนี้ มีคุณสมบัติที่ ดี ไม่ว่าจะเป็น ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ติดไฟ ทำให้มีความปลอดภัยสูงมาก
น้ำยา R134a
มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ R22 แต่ผู้คนนิยมนำไปใช้ งานที่เกี่ยวข้องกับ พวกในระบบทำความเย็นที่มีอุณหภูมิปานกลางหรือระบบปรับอากาศ เช่น ระบบปรับอากาศในอาคาร รถยนต์หรือตู้เย็น
น้ำยา R404a
แน่นอนว่า น้ำยาชนิดนี้ มีคุณสมบัติ เหมือนกับ สองชนิด ที่ผ่านมา ต่างกันเพียงแค่ ประเภทของงาน ที่สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่ง น้ำยาชนิดเหมาะสมกับตู้แช่แข็ง ตู้เย็น และสามารถนำไปใช้กับเครื่องทำไอศกรีมได้ด้วย
น้ำยา 407c
เป็นอีกชนิดที่ได้มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ สำหรับน้ำยาชนิดนี้ เหมาะกับงานที่ต้องทำความเย็นระดับกลางๆ เช่น ระบบทำความเย็นในอาคาร ในที่พักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม และตู้เย็น
น้ำยา R410a และ R32
เป็นชนิดที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายทาง แต่เน้นไปด้านที่ ต้องการความเย็นแบบทั่วไปจนถึงระดับแช่แข็ง เช่น การทำความเย็นในอาคาร ที่พักอาศัย ในโรงงานอุตสาหกรรม ตู้เย็น ห้องเย็น
แล้ว แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียอย่างไรกันหล่ะ เราได้หาคำตอบมาให้คุณแล้ว
ข้อดีของเหล่า น้ำยาเหล่านี้ก็คือ
- ไม่มีสีและกลิ่น จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
- เป็นสารทำความเย็น จึงไม่ติดไฟง่าย
- น้ำยาบางชนิด ใช้สารทำความเย็นน้อยและยังช่วยประหยัดพลังงาน
- ราคาถูก โดยเฉพาะ น้ำยา R32
ข้อเสียของน้ำยากลุ่มนี้ คือ
- หากรั่วเป็นจำนวนมาก มีสิทธิอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
- สารในตัวน้ำยาส่วนใหญ่ สามารถทำลายชั้นโอโซนและก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก
- กรณีของ น้ำยา R410a ถ้าเกิดรั่ว ต้องถ่ายทิ้งให้เป็นศูนย์ แล้วจึงสามารถเติมกลับเข้าไปใหม่ได้
อ้างอิง จาก www.thaiaircare.com, www.harn.co.th


